เรียนภาษาจีน: วัฒนธรรม — บทที่ 5

บทสนทนาของบทที่ 5 พูดถึงสัญชาติและภาษา จึงเป็นโอกาสได้เข้าใจว่าคนจีนเรียกประเทศของตนเองอย่างไร ชื่อประเทศในภาษาจีนสร้างขึ้นอย่างไร และได้รู้จักการใช้รูปสุภาพ nín.


1. คำต่าง ๆ ที่ใช้เรียกประเทศจีน

ในภาษาไทยเราใช้คำเดียวคือ "ประเทศจีน" แต่ในภาษาจีนมีหลายคำ แต่ละคำมีความหมายแฝงต่างกัน:

นอกจากนี้ยังพบคำว่า:

  • 中华 Zhōnghuá — "ความรุ่งโรจน์แห่งตรงกลาง" เป็นคำที่มีกลิ่นอายทางวรรณศิลป์และเป็นทางการมากกว่า ใช้ในชื่อทางการของสาธารณรัฐประชาชนจีน: 中华人民共和国 Zhōnghuá Rénmín Gònghéguó.
  • huá — มักใช้เรียกชาวจีนโพ้นทะเล (华人 huárén) หรือใช้เรียกวัฒนธรรมจีนโดยรวม

ส่วนคำที่ใช้กันทั่วไปสำหรับคำว่า "ประเทศ" ในภาษาจีนคือ 国家 guójiā คำนี้ประกอบด้วย guó (ประเทศ, รัฐ) และ jiā (ครอบครัว, บ้าน) ดังนั้น "ประเทศ" ตามตัวอักษรจึงแปลว่า "รัฐ-ครอบครัว" ซึ่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ในวัฒนธรรมจีน ประเทศถูกมองว่าเป็นส่วนขยายของครอบครัว เราจงรักภักดีและทุ่มเทให้ครอบครัวอย่างไร ก็ทุ่มเทให้ประเทศอย่างนั้น ผู้เรียนชาวไทยน่าจะรู้สึกคุ้นเคย เพราะภาษาไทยเองก็ผูกสองสิ่งนี้เข้าด้วยกัน ทั้งคำว่า "บ้านเมือง" และคำว่า "ชาติ" ที่หมายถึงทั้งประเทศและการเกิด

ความผูกพันทางใจระหว่างชาติกับครอบครัวนี้อธิบายความภาคภูมิใจและความรักที่คนจีนจำนวนมากมีต่อประเทศของตน และยังอธิบายคำถามที่ชาวต่างชาติในจีนได้ยินบ่อยมากด้วย:

คำถามนี้ถามด้วยความอยากรู้ผสมความภูมิใจ และพบได้ทั่วไปมาก คนตะวันตกอาจแปลกใจ เพราะแทบนึกไม่ออกว่าจะมีใครถามนักท่องเที่ยวจีนที่กรุงปารีสว่า "คุณชอบประเทศฝรั่งเศสไหม?" แต่ในจีนนี่เป็นเรื่องธรรมดา เขากำลังต้อนรับคุณเข้าสู่ "ครอบครัวใหญ่" และหวังว่าคุณจะอยู่อย่างมีความสุข ผู้เรียนชาวไทยคุ้นเคยกับเรื่องนี้ดี เพราะคนไทยเองก็ถามชาวต่างชาติว่า "ชอบเมืองไทยไหม" อยู่เสมอ ด้วยความรู้สึกแบบเดียวกันทุกประการ


2. ชื่อต่าง ๆ ของภาษาจีน

ภาษาจีนเองก็มีหลายชื่อ และความต่างระหว่างชื่อเหล่านั้นไม่ใช่แค่เรื่องคำศัพท์ แต่สะท้อนประวัติศาสตร์ทางภาษาของจีน:

คำนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นพิเศษ ตลอดหลายพันปี จีนเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางภาษาสูงมาก ผู้คนต่างถิ่นพูด — และยังคงพูด — ภาษาที่ฟังกันไม่รู้เรื่อง (กวางตุ้ง อู๋ หมิ่น แคะ ฯลฯ) แต่ทุกคนใช้ ภาษาเขียนร่วมกัน คือ 文言 wényán หรือ "ภาษาจีนคลาสสิก"

文言 เป็นภาษาที่ใช้เขียนเพียงอย่างเดียว ใช้ในราชการ วรรณกรรม ปรัชญา และการติดต่อทางการ นักปราชญ์จากกวางโจวกับนักปราชญ์จากปักกิ่งฟังกันไม่รู้เรื่อง แต่สื่อสารกันทางตัวเขียนได้อย่างไม่มีปัญหาด้วย 文言 ภาษาเขียนที่ใช้ร่วมกันนี้เองที่รักษาความเป็นเอกภาพทางวัฒนธรรมของจีนไว้ได้ตลอดหลายศตวรรษ

คำว่า 中文 จึงสื่อถึงความจริงข้อนี้ คือภาษาของ ทั้ง ประเทศจีน ภาษาที่ข้ามพ้นความต่างของภาษาพูดตามท้องถิ่นด้วยตัวเขียน ปัจจุบัน 中文 ใช้หมายถึงภาษาจีนโดยรวม ทั้งภาษาเขียนและภาษาพูด

นอกจากนี้ยังพบคำว่า:

  • 普通话 Pǔtōnghuà — "ภาษากลาง" หรือก็คือภาษาจีนกลางมาตรฐาน เป็นภาษาราชการที่สอนในโรงเรียนและใช้ในสื่อ ได้รับการส่งเสริมในศตวรรษที่ 20 เพื่อรวมการสื่อสารด้วยการพูดให้เป็นหนึ่งเดียวทั่วประเทศ
  • 汉字 Hànzì — "ตัวอักษรของชาวฮั่น" ก็คืออักษรจีนนั่นเอง

3. ชื่อประเทศในภาษาจีนสร้างขึ้นอย่างไร?

ชื่อประเทศในภาษาจีนเป็น การถอดเสียงล้วน ๆวิธีการมีดังนี้: เลือกอักษรจีนที่ออกเสียงใกล้เคียงกับชื่อเดิมของประเทศนั้น แล้วย่อการถอดเสียงนั้นลง โดยมักเก็บไว้เพียงตัวอักษรตัวแรก จากนั้นจึงเติมคำว่า guó (ประเทศ) เข้าไปท้าย ตัวอย่างที่ผู้เรียนชาวไทยคุ้นเคยดีคือชื่อภาษาจีนของประเทศไทยเอง คือ 泰国 tàiguó ซึ่งสร้างขึ้นด้วยวิธีเดียวกันทุกประการ

ข้อควรระวัง ชื่อประเทศไม่ได้ใช้รูปแบบนี้ทุกชื่อ ประเทศญี่ปุ่นเรียกว่า 日本 Rìběn ("ต้นกำเนิดของดวงอาทิตย์") ซึ่งเป็นการแปลความหมาย ไม่ใช่การถอดเสียง ส่วนประเทศสเปนเรียกว่า 西班牙 Xībānyá (การถอดเสียงแบบเต็ม โดยไม่ย่อและไม่เติม )

การบอกสัญชาติทำได้ง่าย ๆ โดยเติมคำว่า rén (คน) ต่อท้ายชื่อประเทศ:
中国人 คนจีน, 法国人 คนฝรั่งเศส, 美国人 คนอเมริกัน


4. การใช้ nín

ในบทสนทนา ไป๋ เสวี่ย ใช้คำว่า nín เมื่อพูดกับอาจารย์หลี่: 您是中国人吗? — "ท่านเป็นคนจีนหรือเปล่าคะ?"

เป็นรูปแสดงความเคารพของคำว่า (คุณ) ใช้เพื่อแสดง ความเคารพ ต่อคู่สนทนา โดยเฉพาะ:

  • ต่อ ผู้สูงอายุ;
  • ต่อ ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งสูงกว่า (ครู อาจารย์ เจ้านาย ฯลฯ);
  • ใน บริบทที่เป็นทางการ (การพบปะอย่างเป็นทางการ การค้า การบริการ);
  • ต่อ คนที่ไม่รู้จัก เพื่อความสุภาพ

ตัวอักษร ประกอบด้วย (คุณ) วางอยู่เหนือ (หัวใจ) จึงเป็นการพูดคำว่า "คุณ" ด้วยหัวใจ นับเป็นภาพที่งดงามของความเคารพในภาษาจีน ผู้เรียนชาวไทยเข้าใจเรื่องนี้ได้ทันที เพราะภาษาไทยเองก็มีคู่คำแบบเดียวกันคือ คุณ กับ ท่าน