วัฒนธรรม 4
เรียนภาษาจีน: วัฒนธรรม — บทที่ 4
บทสนทนาของบทที่ 4 แนะนำตัวเลข อายุ และระบบการศึกษา จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้รู้ว่าคนจีนพูดถึงอายุกันอย่างไร ระบบการศึกษาจีนเป็นอย่างไร และได้รู้จักลักษณะทางวัฒนธรรมที่น่าประหลาดใจอย่างหนึ่ง คือในประเทศจีน คนเราอาจมีอายุมากกว่าที่นับกันในประเทศไทยหนึ่งปี!
1. ในประเทศจีน แรกเกิดก็มีอายุหนึ่งปีแล้ว
ตามธรรมเนียมจีนมีวิธีนับอายุอยู่สองแบบ:
周岁 zhōusuì — อายุ "จริง" นับแบบสากล คือแรกเกิดมีอายุศูนย์ปี และเพิ่มขึ้นปีละหนึ่งในวันเกิดแต่ละครั้ง
虚岁 xūsuì — อายุ "ตามประเพณี" คือแรกเกิดมีอายุ หนึ่งปี แล้ว (นับเก้าเดือนในครรภ์เป็นปีแรกของชีวิต) จากนั้นจึงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งปีในวันตรุษจีน (春节 Chūnjié) ไม่ใช่ในวันเกิด
พูดให้เห็นภาพ ทารกที่เกิดวันที่ 20 มกราคม (ก่อนตรุษจีนพอดี) จะมีอายุ หนึ่งปี ตั้งแต่แรกเกิดตาม 虚岁 xūsuì แล้วกลายเป็น สองปี ในอีกไม่กี่วันต่อมาเมื่อถึงตรุษจีน ทั้งที่จริงแล้วเพิ่งเกิดได้ไม่กี่วันเท่านั้น!
ปัจจุบัน ในเมืองใหญ่และในเรื่องราชการหรือการแพทย์ จะใช้ 周岁 zhōusuì (อายุจริง) แต่ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในชนบทหรือในกลุ่มผู้สูงอายุ 虚岁 xūsuì ยังใช้กันทั่วไป ดังนั้นถ้าคนจีนบอกอายุของเขา เขาอาจมีอายุน้อยกว่านั้นหนึ่งถึงสองปีเมื่อนับแบบสากล หากไม่แน่ใจ ถามได้ว่า: 是虚岁还是周岁? Shì xūsuì háishì zhōusuì? — "นับแบบประเพณีหรือแบบอายุจริง?"
2. ถามอายุในประเทศจีนได้ไหม?
ในโลกตะวันตก การถามอายุอาจถูกมองว่าเสียมารยาท โดยเฉพาะกับผู้ใหญ่ แต่ในประเทศจีนกลับเป็นเรื่องธรรมดามาก อายุเป็นข้อมูลพื้นฐานที่แลกเปลี่ยนกันตั้งแต่พบกันครั้งแรก พอ ๆ กับชื่อหรืออาชีพ เป็นวิธีระบุตำแหน่งของคู่สนทนาและรู้ว่าควรพูดกับเขาอย่างไร ผู้เรียนชาวไทยคุ้นเคยกับเรื่องนี้ดี เพราะภาษาไทยเองก็ต้องรู้อายุก่อนจึงจะเลือกใช้คำว่า พี่ หรือ น้อง ได้
ลำดับอาวุโสตามอายุมีความสำคัญในวัฒนธรรมจีน เพราะเป็นตัวกำหนดระดับความสุภาพและคำเรียกที่ต้องใช้ การรู้ว่าอีกฝ่ายอายุมากกว่าหรือน้อยกว่าตนช่วยให้เลือกใช้ระดับภาษาได้ถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม วิธีถามจะต่างกันไปตามอายุที่คาดคะเนของคู่สนทนา:
- สำหรับ เด็ก: 你几岁? Nǐ jǐ suì? — หนูอายุเท่าไร?
- สำหรับ ผู้ใหญ่: 你多大? Nǐ duō dà? — คุณอายุเท่าไร?
- สำหรับ ผู้สูงอายุ (เพื่อแสดงความเคารพ): 您多大年纪? Nín duō dà niánjì? หรือ 您高寿? Nín gāoshòu? — ท่านอายุเท่าไรแล้ว?
ในบทสนทนาของบทเรียนนี้ เยว่เยว่ถาม 你多大? กับอาจารย์ของเธอตรง ๆ ความตรงไปตรงมาแบบนี้เป็นเรื่องปกติของเด็ก แต่แม้แต่ระหว่างผู้ใหญ่ด้วยกัน คำถามนี้ก็ยังเป็นที่ยอมรับได้ในประเทศจีน
3. ระบบการศึกษาในประเทศจีน
บทสนทนาแนะนำระดับการศึกษาของจีนสามระดับ: 小学 xiǎoxué (โรงเรียนประถม) 中学 zhōngxué (ระดับมัธยมศึกษา) และ 大学 dàxué (มหาวิทยาลัย) คำเหล่านี้ประกอบขึ้นอย่างมีเหตุผลมากในภาษาจีน:
小 xiǎo (เล็ก) + 学 xué (การเรียน) = โรงเรียนประถม ("โรงเรียนเล็ก")
中 zhōng (กลาง) + 学 xué (การเรียน) = โรงเรียนมัธยม ("โรงเรียนกลาง")
大 dà (ใหญ่) + 学 xué (การเรียน) = มหาวิทยาลัย ("โรงเรียนใหญ่")
ระบบการศึกษาจีนมีโครงสร้างดังนี้:
- โรงเรียนประถม (小学): 6 ปี ตั้งแต่อายุประมาณ 6 ถึง 12 ปี
- มัธยมต้น (初中 chūzhōng ตามตัวอักษรแปลว่า "ต้นของกลาง"): 3 ปี ตั้งแต่อายุ 12 ถึง 15 ปี
- มัธยมปลาย (高中 gāozhōng ตามตัวอักษรแปลว่า "สูงของกลาง"): 3 ปี ตั้งแต่อายุ 15 ถึง 18 ปี
- มหาวิทยาลัย (大学): โดยทั่วไป 4 ปี
การศึกษาภาคบังคับมี 9 ปี (ประถม 6 ปี + มัธยมต้น 3 ปี) คำว่า 中学 zhōngxué ครอบคลุมทั้งมัธยมต้นและมัธยมปลาย จึงอธิบายได้ว่าทำไมในบทสนทนา อาจารย์หลี่จึงบอกว่าตนเป็นทั้ง 中学老师 zhōngxué lǎoshī และ 大学老师 dàxué lǎoshī
การศึกษามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในสังคมจีน ครอบครัวทุ่มเทให้กับการเรียนของลูกอย่างมาก และความสำเร็จทางการศึกษาถือเป็นปัจจัยชี้ขาดของความสำเร็จในสังคม การสอบเข้ามหาวิทยาลัยอันเลื่องชื่ออย่าง 高考 gāokǎo จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญยิ่งในชีวิตของคนหนุ่มสาวชาวจีน
- คำว่า 学生 xuéshēng (นักเรียน/นักศึกษา) ใช้ประกอบกับระดับการศึกษา: 小学生, 中学生, 大学生
- 中学 ครอบคลุมทั้งมัธยมต้น และ และมัธยมปลาย
- การศึกษาเป็นเสาหลักของสังคมจีน