วัฒนธรรม 10
เรียนภาษาจีน: วัฒนธรรม — บทที่ 10
บทอ่านของบทเรียนนี้พาเราเข้าไปสู่ชีวิตประจำวันของนักศึกษาต่างชาติที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (北京大学 Běijīng Dàxué) จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้รู้ว่าโรงเรียนในจีนดำเนินไปอย่างไร มีปรัชญาใดอยู่เบื้องหลังการศึกษา และความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์ก่อตัวขึ้นอย่างไร
1. ชีวิตในโรงเรียนที่ประเทศจีน
ระบบการศึกษาของจีนแบ่งเป็นสามช่วงใหญ่ ๆ คือ โรงเรียนประถม (小学 xiǎoxué, 6 ปี) โรงเรียนมัธยมต้น (初中 chūzhōng, 3 ปี) และโรงเรียนมัธยมปลาย (高中 gāozhōng, 3 ปี) การศึกษาภาคบังคับมี 9 ปี ตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยมต้น
วันหนึ่ง ๆ ยาวนานทีเดียว นักเรียนจีนมักมาถึงโรงเรียนระหว่าง 7 นาฬิกา ถึง 7 นาฬิกา 30 นาที ตอนเช้า คาบเรียน (上课 shàngkè) มักเริ่มราว 8 นาฬิกา และเลิก (下课 xiàkè) ตอนบ่ายแก่ ๆ ราว 16 นาฬิกา 30 นาที หรือ 17 นาฬิกา หลายโรงเรียนยังมีการเรียนภาคค่ำภายใต้การดูแลของครู บางแห่งถึง 21 นาฬิกาในระดับมัธยมปลาย
ในทางกลับกัน ช่วงพักกลางวัน (中午 zhōngwǔ) ค่อนข้างยาว มักถึงสองชั่วโมง หลายโรงเรียนให้นักเรียนกินข้าวที่โรงอาหารแล้วนอนพักกลางวัน (午休 wǔxiū) ซึ่งเป็นนิสัยที่ฝังรากลึกในวัฒนธรรมจีน บางโรงเรียนถึงกับจัดเตียงพับไว้ให้สำหรับช่วงพักนี้
การออกกำลังกายพร้อมกันในตอนเช้า (早操 zǎocāo) เป็นธรรมเนียมของโรงเรียนส่วนใหญ่ นักเรียนทุกคนมารวมกันที่สนามเพื่อทำกายบริหารพร้อมเพรียงกันตามจังหวะเพลงที่เปิดจากลำโพง ผู้เรียนชาวไทยคงนึกภาพออกได้ทันที เพราะโรงเรียนไทยก็มีการเข้าแถวหน้าเสาธงและกายบริหารตอนเช้าในลักษณะเดียวกัน
2. ปรัชญาการสอนของจีน
ในบทอ่านของบทเรียน อาจารย์พูดกับนักศึกษาว่า 今天要好好学习 jīntiān yào hǎohāo xuéxí ("วันนี้ต้องตั้งใจเรียนให้ดี") และ 学中文,要多说,多写 xué zhōngwén, yào duō shuō, duō xiě ("การเรียนภาษาจีนต้องพูดให้มาก เขียนให้มาก") คำพูดเหล่านี้สะท้อนมุมมองของชาวจีนต่อการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี
การศึกษาในจีนตั้งอยู่บนความเชื่อที่ฝังลึกว่า พรสวรรค์อย่างเดียวไม่พอ สิ่งที่นำไปสู่ความสำเร็จคือความเพียรและการทำซ้ำ ความคิดนี้มีรากมาจากปรัชญาขงจื๊อ ขงจื๊อ (孔子 Kǒngzǐ) เห็นว่ามนุษย์ทุกคนสามารถพัฒนาตนเองได้ด้วยการศึกษา (学习 xuéxí) ไม่ว่าจะมีพื้นเพมาอย่างไร
มีสุภาษิตที่มีชื่อเสียงสรุปปรัชญานี้ไว้ว่า
熟能生巧 Shú néng shēng qiǎo — "ความชำนาญเกิดจากการฝึกฝน"
ตามตัวอักษรคือ "เมื่อคุ้นเคย (กับสิ่งใด) ความคล่องแคล่วย่อมเกิดขึ้นเอง"
ด้วยเหตุนี้การบ้านจึงมีมาก การท่องจำได้รับการยกย่อง และการทำซ้ำไม่ได้ถูกมองว่าน่าเบื่อ แต่เป็นเส้นทางธรรมชาติไปสู่ความเชี่ยวชาญ ตัวอักษร 习 xí (ฝึกฝน) ที่เราเรียนในบทนี้ก็สะท้อนปรัชญานี้เช่นกัน เพราะแทนภาพลูกนกที่กระพือปีกฝึกบิน
3. ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์
ในประเทศจีน ครู (老师 lǎoshī) มีที่ทางอันเป็นที่เคารพอย่างยิ่งในสังคม คำว่า 老师 ไม่ได้หมายถึงอาชีพเท่านั้น แต่เป็นคำนำหน้าแสดงความเคารพที่ใช้เรียกผู้ที่เราถือว่าเป็นผู้ชี้แนะหรือผู้เชี่ยวชาญด้วย เราได้เรียนตั้งแต่บทที่ 3 แล้วว่า เราเรียกครูด้วยนามสกุลตามด้วย 老师: 李老师 Lǐ lǎoshī เป็นต้น
การแสดงความเคารพนี้ย้อนไปถึงคำสอนของขงจื๊อ ขงจื๊อวางครูไว้บนยอดของความสัมพันธ์พื้นฐานห้าประการของสังคม มีคำกล่าวที่รู้จักกันดีสรุปมุมมองนี้ว่า
一日为师,终身为父 Yī rì wéi shī, zhōngshēn wéi fù — "เป็นครูเพียงวันเดียว ก็เป็นพ่อไปตลอดชีวิต"
ในทางปฏิบัติ สิ่งนี้แสดงออกเป็นพฤติกรรมที่ต่างจากที่คุ้นเคยกันในโลกตะวันตกอย่างมาก ในห้องเรียน นักเรียนจะลุกขึ้นยืนทักทายครูเมื่อครูเข้าห้อง ตั้งใจฟังและมักไม่ขัดจังหวะ การโต้แย้งครูอย่างเปิดเผยจะถูกมองว่าไม่ให้เกียรติ แม้ว่าวัฒนธรรมนี้จะเปลี่ยนไปบ้างในคนรุ่นใหม่ ตรงนี้ผู้เรียนชาวไทยจะไม่รู้สึกแปลกเลย เพราะสังคมไทยให้ความเคารพครูในทำนองเดียวกัน ทั้งการยืนไหว้ครูเมื่อครูเข้าห้องเรียนและพิธีไหว้ครูประจำปี
ในทางกลับกัน ครูก็ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงถ่ายทอดความรู้ แต่มักรู้สึกว่าตนรับผิดชอบต่อความประพฤติและศีลธรรมของลูกศิษย์ด้วย ในบทอ่าน การที่อาจารย์ตำหนินักศึกษาเรื่องการขาดเรียนเมื่อวาน (老师说我昨天没有来上课 lǎoshī shuō wǒ zuótiān méiyǒu lái shàngkè) จึงเป็นเรื่องปกติมาก ครูทำหน้าที่เหมือนผู้ปกครองที่หวังดีและคอยเตือนสติ
4. ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างภูมิภาค
จีนเป็นประเทศที่กว้างใหญ่มาก เงื่อนไขทางการศึกษาจึงต่างกันมากจากภูมิภาคหนึ่งไปอีกภูมิภาคหนึ่ง ในเมืองใหญ่อย่างปักกิ่ง (北京 Běijīng) เซี่ยงไฮ้ (上海 Shànghǎi) หรือกว่างโจว (广州 Guǎngzhōu) โรงเรียนมีอุปกรณ์พร้อม ครูได้รับการฝึกฝนมาดี และนักเรียนเข้าถึงสื่อดิจิทัลสมัยใหม่ได้
ในทางกลับกัน ในเขตชนบททางตะวันตกและตอนกลางของจีน สถานการณ์อาจต่างออกไปมาก โรงเรียนบางแห่งอยู่ไกล สาธารณูปโภคจำกัด และมีครูน้อยกว่า เด็กบางคนต้องเดินหลายกิโลเมตรทุกเช้าเพื่อไปโรงเรียน (上学 shàngxué)
รัฐบาลจีนได้ออกนโยบายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำเหล่านี้ โดยเฉพาะการทำให้การศึกษาภาคบังคับไม่มีค่าใช้จ่าย และการลงทุนในโรงเรียนชนบท แม้จะมีความพยายามเหล่านี้ ความเหลื่อมล้ำก็ยังคงอยู่และเป็นประเด็นถกเถียงสำคัญในสังคมจีน
- การศึกษาอยู่ใจกลางวัฒนธรรมจีน สืบทอดมาจากปรัชญาขงจื๊อ
- การทำซ้ำและความเพียรคือคุณค่าพื้นฐานของการเรียนรู้ — 要多说,多写 yào duō shuō, duō xiě
- ครูเป็นบุคคลที่ได้รับความเคารพ เป็นทั้งผู้สอนและผู้ชี้นำทางศีลธรรม
- เงื่อนไขทางการศึกษาต่างกันมากระหว่างเมืองใหญ่กับชนบท