วัฒนธรรม 8
เรียนภาษาจีน: วัฒนธรรม — บทที่ 8
บทอ่านของบทที่ 8 เป็นการแนะนำตัว เกา เสี่ยวอวี่ (高小雨 Gāo Xiǎoyǔ) แนะนำตัวกับเพื่อนร่วมชั้น จึงเป็นโอกาสดีที่จะสำรวจวิธีที่คนจีนแนะนำตัว ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยบางแห่ง และบทบาทของสัตว์เลี้ยงในประเทศจีน
1. ลำดับการแนะนำตัวในวัฒนธรรมจีน
ในบทอ่าน 高小雨 Gāo Xiǎoyǔ แนะนำตัวตามลำดับที่สะท้อนวัฒนธรรมจีนได้อย่างชัดเจน:
- ชื่อและชื่อเล่น: 我是高小雨。大家叫我小雨。 Wǒ shì Gāo Xiǎoyǔ. Dàjiā jiào wǒ Xiǎoyǔ.
- อายุ: 我二十岁了。 Wǒ èrshí suì le.
- รูปร่างหน้าตา: 我很高。 Wǒ hěn gāo.
- มหาวิทยาลัย: 我是北京大学的大学生。 Wǒ shì Běijīng Dàxué de dàxuéshēng.
- สาขาที่เรียน: 我学中文。 Wǒ xué Zhōngwén.
- สัญชาติ: 我是中国人。 Wǒ shì Zhōngguó rén.
ลำดับนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ในประเทศจีน มหาวิทยาลัยเป็นเครื่องบ่งชี้สถานะทางสังคมที่สำคัญมาก สำหรับคนหนุ่มสาวชาวจีน การบอกว่าตนเป็นนักศึกษาที่ 北京大学 Běijīng Dàxué จึงเป็นมากกว่าข้อมูลธรรมดา แต่เป็นเหมือนบัตรประจำตัวทางสังคม มหาวิทยาลัยกำหนดเส้นทางอาชีพและเครือข่ายความสัมพันธ์ของคนคนหนึ่งไว้เป็นส่วนใหญ่ ผู้เรียนชาวไทยน่าจะเข้าใจเรื่องนี้ได้ไม่ยาก เพราะในสังคมไทยเองการบอกว่าจบจากมหาวิทยาลัยใดก็มีน้ำหนักในทำนองเดียวกัน
2. 北京大学 Běijīng Dàxué: มหาวิทยาลัยปักกิ่ง
มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ที่คนทั่วไปเรียกกันว่า เป่ยต้า (北大 Běidà ซึ่งย่อมาจาก 北京大学) เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1898 ในชื่อ 京师大学堂 Jīngshī Dàxuétáng จึงเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยสมัยใหม่แห่งแรก ๆ ของประเทศ
ร่วมกับมหาวิทยาลัยชิงหัว (清华大学 Qīnghuá Dàxué) เป่ยต้าถือเป็นคู่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีน การสอบเข้าหนึ่งในสองแห่งนี้คือเป้าหมายสูงสุดของ 高考 gāokǎo ซึ่งเป็นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับชาติที่ขึ้นชื่อเรื่องความยากและความกดดัน
3. สัตว์เลี้ยงในประเทศจีน
บทอ่านบอกเราว่าครอบครัวของเสี่ยวอวี่มีสุนัขหนึ่งตัว (狗 gǒu) และแมวสองตัว (猫 māo) ความผูกพันกับสัตว์เลี้ยงเป็นปรากฏการณ์ที่เติบโตขึ้นมากในประเทศจีนในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเมืองใหญ่
ในอดีต สัตว์ในสังคมจีนมีไว้ใช้ประโยชน์เป็นหลัก สุนัขเฝ้าบ้าน แมวจับหนู ปัจจุบัน เมื่อสังคมกลายเป็นเมืองและมาตรฐานการครองชีพสูงขึ้น สัตว์เลี้ยงจึงกลายเป็นสมาชิกของครอบครัวอย่างแท้จริง ร้านขายสัตว์เลี้ยง คลินิกสัตวแพทย์ และคาเฟ่แมว (猫咖 māo kā) เพิ่มจำนวนขึ้นมากในเมืองใหญ่ของจีน เช่นเดียวกับที่คาเฟ่แมวเป็นที่นิยมในกรุงเทพฯ
คนจีนกินเนื้อสุนัขหรือเนื้อแมวหรือไม่?
เป็นคำถามที่มีคนถามบ่อย และคำตอบต้องอธิบายอย่างละเอียด การกินเนื้อสุนัขมีอยู่จริงในอดีตในบางพื้นที่ทางตอนใต้ของจีน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่เมืองยวี่หลิน (玉林 Yùlín) อย่างไรก็ตาม ธรรมเนียมนี้ลดลงอย่างชัดเจนและถูกวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ ในสังคมจีนเอง
คนจีนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และคนเมือง ไม่กินเนื้อสุนัขหรือเนื้อแมว ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2020 เป็นต้นมา หลายเมืองในจีนได้ห้ามการบริโภคเนื้อสุนัขและเนื้อแมว เมืองเซินเจิ้นเป็นเมืองแรกที่จัดให้สุนัขและแมวเป็น "สัตว์เลี้ยง" ไม่ใช่ "สัตว์เศรษฐกิจ" อีกต่อไป
- สัตว์เลี้ยงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศจีน โดยเฉพาะในเมือง
- การกินเนื้อสุนัขเป็นธรรมเนียมส่วนน้อยและกำลังลดลง
- คนจีนรุ่นใหม่มองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกของครอบครัว ดังที่เห็นได้จากบทอ่านของเสี่ยวอวี่